ข้ามไปเนื้อหาหลัก
มหาปทุมชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
133

มหาปทุมชาดก

Buddha24 AIเอกนิบาต
ฟังเนื้อหา

มหาปทุมชาดก

ในอดีตกาล เมื่อครั้งพระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพระเวสสันดร เทศกาลพิธีเฉลิมฉลองการพระราชทานอภัยทานอันยิ่งใหญ่ได้มาถึงนครกาลึงคราด แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องต้องยอดปราสาทราชวัง สะท้อนประกายระยิบระยับดุจดั่งเพชรพลอย ชาวเมืองต่างพากันแต่งกายด้วยอาภรณ์งดงาม แห่แหนไปสู่มณฑลพิธีที่ประดับประดาด้วยพวงมาลัยดอกไม้สีสันสดใสและธงทิวปลิวไสว.

พระเวสสันดร กษัตริย์ผู้ทรงมีพระทัยเปี่ยมด้วยทศพิธราชธรรม ทรงประทับยืนบนแท่นพิธีอันสูงสง่า ทรงมีพระพักตร์ผ่องใสเปี่ยมด้วยเมตตาต่อสรรพสัตว์ เหล่าประชาชนต่างก้มกราบถวายบังคมด้วยความเคารพรัก ในขณะที่พระองค์กำลังจะทรงมีพระราชดำรัสประกาศการพระราชทานอภัยทาน เสียงอึกทึกครึกโครมก็ดังขึ้นจากด้านนอก.

เสียงฝีเท้าวิ่งกรู เสียงร้องตะโกนอันตื่นตระหนก และเสียงดาบกระทบกันดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ ทำให้บรรยากาศแห่งความสุขสงบพลันแปรเปลี่ยนเป็นความโกลาหล.

“เกิดอะไรขึ้น!” เสียงของพระเจ้าสัญชัย ดังขึ้นอย่างตกพระทัย.

ทหารองครักษ์รีบวิ่งเข้ามาถวายรายงานด้วยใบหน้าซีดเผือด “ฝ่าบาท! เป็นพวกของเจ้าชายกษัตริราชพาล!”

เจ้าชายกษัตริราชพาล คือพระเชษฐาของพระเวสสันดร ผู้ซึ่งมีความริษยาและไม่พอใจในบุญบารมีของพระเวสสันดรมาโดยตลอด บัดนี้ เขาได้นำทหารจำนวนมากมาปิดล้อมนครกาลึงคราด โดยมีจุดประสงค์เพื่อชิงราชสมบัติและกำจัดพระเวสสันดร.

พระเวสสันดรทรงพยายามเจรจา แต่เจ้าชายกษัตริราชพาลไม่ยอมรับฟัง.

“พระเวสสันดร! เจ้าจงสละราชสมบัติแล้วออกไปจากเมืองนี้เสีย! เจ้าไม่มีสิทธิ์ปกครองนครนี้อีกต่อไป!”

เสียงของเจ้าชายกษัตริราชพาลดังดุจฟ้าผ่า.

“พี่กษัตริราชพาล! เหตุใดท่านจึงกระทำการเช่นนี้? ข้าพเจ้าได้ทรงมีพระราชดำริที่จะพระราชทานอภัยทานแก่เหล่าราษฎร วันนี้เป็นวันแห่งความสุขของชาวเมือง เหตุใดท่านจึงนำพาความทุกข์ร้อนมา?” พระเวสสันดรตรัสถามด้วยพระสุรเสียงอันอ่อนโยน แต่แฝงไว้ด้วยความเสียใจ.

“ความเมตตาของเจ้ามันไร้สาระ! เจ้ามัวแต่แจกจ่ายสมบัติจนบ้านเมืองจะหมดสิ้น! ข้าจะยึดอำนาจคืน!”

การต่อสู้จึงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทหารของพระเวสสันดรพยายามต่อต้าน แต่ก็ไม่อาจต้านทานจำนวนที่มากกว่าได้.

ท่ามกลางความโกลาหลและความสิ้นหวังนั้น พระเวสสันดรทรงตัดสินพระทัยครั้งสำคัญ. พระองค์ทรงทราบดีว่า การต่อสู้ย่อมนำมาซึ่งความสูญเสียและความเดือดร้อนแก่ประชาชน. เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามและความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น พระองค์จึงตัดสินพระทัยที่จะสละราชสมบัติ.

ขณะที่ทหารของเจ้าชายกษัตริราชพาลกำลังจะบุกเข้ามาในมณฑลพิธี พระเวสสันดรได้ทรงประกาศขึ้นด้วยพระสุรเสียงอันดัง.

“เราจะสละราชสมบัติ! หากการสละราชสมบัติของเรานี้ จะทำให้บ้านเมืองสงบสุขและป้องกันมิให้เลือดต้องหลั่งไหล เราก็ยินดี!”

พระพักตร์ของพระเวสสันดรฉายแววแห่งความเด็ดเดี่ยวและเสียสละ. พระองค์ทรงนำพระมเหสี คือพระนางมัทรี และพระโอรสธิดา คือพระกุมารกาลิและพระกุมารีมัทรี เข้าไปในพระราชวัง.

ภายในพระราชวัง บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าโศก. พระนางมัทรีทรงกอดพระโอรสธิดาแน่น.

“เสด็จพี่! เหตุใดท่านจึงทรงตัดสินใจเช่นนั้น? ชีวิตของเราจะเป็นอย่างไรต่อไป?”

พระนางมัทรีตรัสถามด้วยน้ำพระเนตรไหล.

“แม่มัทรี! เราทำไปเพื่อบ้านเมือง เพื่อให้ผู้คนไม่ต้องเดือดร้อน เราจะไปบำเพ็ญเพียรในป่า เพื่อให้ได้มาซึ่งความสงบสุขที่แท้จริง” พระเวสสันดรตรัสปลอบ.

ก่อนที่จะเสด็จออกจากเมือง พระเวสสันดรทรงเสด็จไปลาพระบิดา พระมารดา และเหล่าพราหมณ์ผู้ใหญ่. แม้จะเสียพระทัย แต่ทุกคนก็เข้าใจในพระราชปณิธานอันสูงส่งของพระองค์.

เมื่อพระเวสสันดรพร้อมด้วยครอบครัวได้เสด็จออกจากนครกาลึงคราด มุ่งหน้าสู่ป่าใหญ่ บรรดาประชาชนต่างพากันหลั่งน้ำตา. พวกเขาได้สูญเสียกษัตริย์ผู้ทรงธรรมไป.

การเดินทางเข้าสู่ป่าใหญ่นั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก. พระเวสสันดร พระนางมัทรี และพระโอรสธิดา ต้องทรงอดทนต่อความหิวโหย ความหนาวเหน็บ และภัยอันตรายต่างๆ. พระองค์ทรงสอนให้พระโอรสธิดารู้จักการดำรงชีวิตในป่า สอนให้รู้จักการหาอาหาร การสร้างที่พัก และการเผชิญหน้ากับธรรมชาติ.

วันเวลาผ่านไป พระเวสสันดรทรงใช้ชีวิตอย่างสมถะ ทรงบำเพ็ญเพียรภาวนา ปลูกต้นไม้ดอกไม้ป่า และช่วยเหลือสัตว์ป่า.

วันหนึ่ง ขณะที่พระเวสสันดรทรงกำลังประทับอยู่กับครอบครัวในอาศรมที่พักกลางป่า พราหมณ์ผู้แก่ชราคนหนึ่งชื่อว่า “โกงคิม” ได้เดินทางมาขอพระกุมารกาลิจากพระเวสสันดร. พราหมณ์ผู้นี้เป็นผู้ที่ถูกเจ้าชายกษัตริราชพาลส่งมา.

“ข้าแต่พระเวสสันดร! ข้าพเจ้าเดินทางมาจากนครกาลึงคราด ข้าพเจ้าต้องการพระกุมารกาลิไปเป็นทาสรับใช้ ข้าพเจ้าจะให้ทรัพย์สินแก่พระองค์!” พราหมณ์โกงคิมกล่าวด้วยน้ำเสียงกระหาย.

พระเวสสันดรทรงตกพระทัย แต่เมื่อทรงระลึกถึงคำสอนเรื่องการให้ทาน ก็ทรงยินยอม. แม้ว่าการให้ทานครั้งนี้จะเจ็บปวดที่สุดในชีวิต. พระองค์ทรงพระราชทานพระกุมารกาลิให้แก่พราหมณ์โกงคิม.

พระนางมัทรีทรงเสียพระทัยอย่างสุดซึ้ง. พระนางทรงพยายามทัดทาน แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนพระทัยของพระเวสสันดรได้.

“เสด็จพี่! ข้าพระองค์จะทนอยู่ได้อย่างไรเมื่อไร้พระโอรส! โปรดอย่าทรงกระทำการเช่นนี้เลย!”

พระนางมัทรีร่ำไห้. “แม่มัทรี! เราให้ทานครั้งนี้ เพื่อบรรลุธรรมอันยิ่งใหญ่. เราต้องอดทน!” พระเวสสันดรตรัสด้วยพระสุรเสียงที่สั่นเครือ.

หลังจากพราหมณ์โกงคิมพาพระกุมารกาลิไปแล้ว พระนางมัทรีก็ทรงรู้สึกสิ้นหวัง. พระนางทรงวิ่งหนีเข้าไปในป่าด้วยความเสียใจ.

ขณะที่พระนางมัทรีทรงวิ่งเข้าไปในป่าอย่างไม่คิดชีวิต พระอินทร์ทรงทราบถึงความทุกข์ของพระนาง จึงทรงแปลงกายเป็นนายพรานมาคอยดักรอ. เมื่อพระนางมัทรีทรงวิ่งมาถึง พระอินทร์ในร่างนายพรานก็ทรงใช้ศรยิงถูกพระนาง.

พระนางมัทรีทรงล้มลงสิ้นพระชนม์. เมื่อพระอินทร์ทรงทราบว่าพระนางมัทรีเป็นพระมเหสีของพระเวสสันดร ก็ทรงรู้สึกเสียพระทัยอย่างยิ่ง. พระองค์จึงทรงชุบชีวิตพระนางมัทรีขึ้นมาใหม่.

เมื่อพระนางมัทรีฟื้นคืนสติ พระอินทร์ทรงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ทรงทราบ. พระนางมัทรีทรงรับรู้ถึงความตั้งใจของพระเวสสันดร และความประสงค์ของพระอินทร์.

ในขณะเดียวกัน พระกุมารกาลิก็ทรงหลบหนีจากพราหมณ์โกงคิม และทรงวิ่งกลับมาหาพระบิดา. แต่พราหมณ์โกงคิมก็ตามมาทัน.

พระเวสสันดรทรงทรงทราบเรื่องราวทั้งหมด. พระองค์ทรงมีพระทัยหนักอึ้ง. แต่เมื่อทรงพิจารณาถึงความจำเป็นในการให้ทาน ก็ทรงยอมรับชะตากรรม.

ต่อมา พระเจ้าสัญชัย ผู้เป็นพระบิดาของพระเวสสันดร ได้ทรงทราบข่าวการสละราชสมบัติของพระโอรส และการที่พระโอรสทรงตกทุกข์ได้ยากในป่า. พระองค์จึงทรงนำไพร่พลออกติดตาม.

เมื่อพระเจ้าสัญชัยทรงพบพระเวสสันดรและครอบครัว ก็ทรงโอบกอดด้วยความรักและความเสียใจ. พระองค์ทรงเชิญชวนให้พระเวสสันดรเสด็จกลับนคร.

แต่พระเวสสันดรทรงเห็นว่า การกลับเมืองในเวลานี้ อาจจะทำให้พระองค์ละทิ้งการบำเพ็ญเพียร. พระองค์จึงทูลลาพระบิดา ว่าจะยังคงอยู่ในป่าต่อไป.

พระเจ้าสัญชัยทรงเข้าใจในพระราชปณิธานของพระโอรส. พระองค์จึงทรงให้พระเวสสันดรดำรงชีวิตอยู่ในป่าตามที่ทรงประสงค์.

ต่อมา เจ้าชายกษัตริราชพาล ทรงประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต. ข่าวนี้ได้แพร่สะพัดไปทั่ว. เหล่าขุนนางและประชาชนต่างพากันมาทูลเชิญพระเวสสันดรเสด็จกลับขึ้นครองราชย์.

พระเวสสันดรทรงพิจารณาแล้วเห็นว่า ถึงเวลาอันสมควรแล้ว. พระองค์จึงทรงรับคำเชิญ และเสด็จกลับนครกาลึงคราด พร้อมด้วยพระนางมัทรี และพระโอรสธิดา.

เมื่อกลับถึงนคร พระเวสสันดรทรงปกครองนครด้วยทศพิธราชธรรม. พระองค์ทรงไม่เคยลืมเลือนประสบการณ์อันยากลำบากที่ทรงผ่านมา. พระองค์ทรงหมั่นบำเพ็ญทานอยู่เสมอ.

เรื่องราวของพระเวสสันดรผู้ทรงเสียสละ จึงเป็นตำนานเล่าขานสืบไป.

คติธรรม

การเสียสละเพื่อผู้อื่น แม้จะเจ็บปวดเพียงใด ก็ย่อมนำมาซึ่งผลบุญอันยิ่งใหญ่ และเป็นหนทางแห่งการบรรลุธรรม.

บารมีที่บำเพ็ญ

บารมีแห่งทานบารมี.

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

การเสียสละเพื่อผู้อื่น แม้จะเจ็บปวดเพียงใด ก็ย่อมนำมาซึ่งผลบุญอันยิ่งใหญ่ และเป็นหนทางแห่งการบรรลุธรรม.

บารมีที่บำเพ็ญ: บารมีแห่งทานบารมี.

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

สุปัตตชาดก
114เอกนิบาต

สุปัตตชาดก

สุปัตตชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันเป็นที่ตั้งแห่งมหานครราชคฤห์ อันรุ่งเรือง สมเด็จพระ...

💡 การทำความดี แม้เพียงเล็กน้อย ก็ย่อมส่งผลดีกลับคืนมาในภายภาคหน้าได้เสมอ ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี

สิริชาดก
16เอกนิบาต

สิริชาดก

สิริชาดก ในสมัยโบราณกาล ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง กาลครั้งหนึ่ง มีพระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นพราหมณ์ผู้...

💡 ความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นเครื่องมืออันทรงพลัง ที่สามารถขจัดความทุกข์ และนำพาชีวิตไปสู่ความสุขที่แท้จริง การช่วยเหลือผู้อื่น ไม่เพียงแต่สร้างประโยชน์แก่ผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างบุญบารมี และความสุขแก่ตนเองอีกด้วย

มหากปิชาดก
418อัฏฐกนิบาต

มหากปิชาดก

มหากปิชาดกณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่งในชมพูทวีป พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็น “พระยามหากปิ” หรือ “พระยาราชลิง” ผู...

💡 ความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ อาจเผชิญกับความอิจฉาริษยา แต่คุณงามความดีนั้นจะคงอยู่ตลอดไป

มหาปทุมชาดก
145เอกนิบาต

มหาปทุมชาดก

มหาปทุมชาดก ณ เมืองมิถิลา อันเป็นราชธานีแห่งแคว้นวิเทหะ เคยเป็นที่เลื่องลือถึงความเจริญรุ่งเรืองและ...

💡 ความเมตตา ย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงจิตใจที่เต็มไปด้วยความแค้นให้กลับกลายมาเป็นความดีงามได้ การให้อภัยและการทำความดี คือหนทางแห่งความสุขที่แท้จริง

มุสิกชาดก (Musika Jataka)
227ทุกนิบาต

มุสิกชาดก (Musika Jataka)

มุสิกชาดก (Musika Jataka)ในยุคโบราณกาล ณ ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ ที่ซึ่งมีนาข้าวเขียวขจีเหลืองอร่าม เป็...

💡 การเตรียมพร้อมล่วงหน้า และการทำงานร่วมกันเป็นทีม จะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ไปได้

มหาอุตตรชาดก
4เอกนิบาต

มหาอุตตรชาดก

ณ กรุงพาราณสี อันรุ่งเรืองด้วยพระบารมีของพระโพธิสัตว์ที่เสวยพระชาติเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงธรรม มีเร...

💡 ความผิดพลาดในอดีตไม่ได้ตัดสินคุณค่าของคนในปัจจุบัน การให้อภัยและการให้โอกาสสามารถนำพาผู้คนไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้ และความสำเร็จที่แท้จริงนั้นเกิดจากการกระทำที่สุจริตและเปี่ยมด้วยคุณธรรม

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว